Movie News and Sport News News สหรัฐแบน 5 บริษัทเทคโนโลยีจีน “เป็นภัยความมั่นคง”

สหรัฐแบน 5 บริษัทเทคโนโลยีจีน “เป็นภัยความมั่นคง”

รัฐบาลวอชิงตันขึ้นบัญชีดำบริษัทด้านเทคโนโลยี 5 แห่งของจีน หนึ่งในนั้นคือหัวเว่ย “ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่าคณะกรรมาธิการการสื่อสารกลางของสหรัฐ ( เอฟซีซี ) ออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ เรื่องการขึ้นบัญชีดำบริษัทด้านเทคโนโลยี 5 แห่งของจีน “ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง” เป็นการอาศัยอำนาจตามความในคำสั่งฝ่ายบริหาร ลงนามเมื่อเดือน พ.ค. 2562 ในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินด้านเทคโนโลยี” เพื่อพิทักษ์ระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐจาก “การรุกรานโดยศัตรู”
 
ทั้งนี้ บริษัททั้ง 5 แห่ง ได้แก่ “หัวเว่ย “แซดทีอี” “ไฮเทรา” ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านระบบวิทยุ และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณวิทยุ “หางโจว ฮิควิชัน” หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด และ “ต้าหัว เทคโนโลยี”  หนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) โดยเนื้อหาสำคัญของคำสั่ง คือการที่ผู้ประกอบการของสหรัฐต้องขอใบอนุญาตจากรัฐบาลกลาง ในกรณีต้องการมีความร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยีของจีน
 
ขณะที่มีการวิเคราะห์มาตั้งแต่ต้นแล้วว่า มาตรการนี้เจตนาพุ่งเป้าไปที่หัวเว่ย โดยตรง ซึ่งพัฒนาแบบก้าวกระโดดมาอยู่แถวหน้าของการเป็นผู้พัฒนาระบบโครงข่าย 5จี และอุปกรณ์ด้านการสื่อสารอีกหลายประเภท นอกจากนี้ สภาคองเกรสยังบัญญัติกฎหมาย ห้ามหน่วยงานในสังกัดของรัฐบาลกลางมีความร่วมมือไม่ว่าในด้านใดก็ตามกับหัวเว่ย ซึ่งเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากรัฐบาลปักกิ่ง ว่าทำเนียบขาว “ลุแก่อำนาจ” และเป็นฝ่าย “กีดกันทางการค้า” อย่างเจาะจงต่อประเทศอื่นอย่างชัดเจน
 
ด้านหัวเว่ยและบริษัทอีก 4 แห่งในรายชื่อดังกล่าว ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว รัฐบาลวอชิงตันประกาศว่า ผู้ประกอบการรายใดก็ตามของสหรัฐ ที่ต้องการส่งออกวัตถุดิบสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และแบ่งปันเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ให้แก่หัวเว่ย ต้องได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐก่อน