Movie News and Sport News News จัดฟันเด็ก เด็กเริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่

จัดฟันเด็ก เด็กเริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่

จัดฟันเด็ก เด็กเริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ การรักษาทันตกรรมก่อนการจัดฟันสำเด็ก หากลูกของคุณได้รับการรักษาจัดฟันตั้งแต่ฟันน้ำนม ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการจัดฟันเสร็จสิ้นแล้ว การรักษาในช่วงที่เด็กมีฟันน้ำนมระยะแรกนั้น ไม่ได้ช่วยปรับปรุงลักษณะโครงหน้า แต่เพื่อสร้างสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีต่อสุขภาพฟันแท้ของเด็กที่จะเจริญเติบโตขึ้น โดยฟันน้ำนมอาจถูกจัดตำแหน่งใหม่เพื่อเป็นการวางพื้นที่สำหรับฟันแท้ที่จะขึ้นต่อมา ส่วนใหญ่แล้วจะมีการวางแผนการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันระยะที่สองต่อมา เมื่อฟันแท้ของเด็กขึ้นสมบูรณ์แล้วในช่วงวัยรุ่น

ทันตกรรมจัดฟันสำหรับเด็ก

สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American Association of Orthodontists; AAO) แนะนำช่วงอายุที่เหมาะจะพาลูกของคุณไปพบกับทันตแพทย์จัดฟันเมื่อเด็กอายุประมาณ 7 ปีเพื่อตรวจสุขภาพฟันและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหากลูกของคุณอายุเกินกว่านี้คุณก็ยังสามารถพาพวกเขาไปหาหมอจัดฟันได้เช่นกัน

การตรวจสุขภาพไม่ได้หมายความว่าลูกของคุณต้องได้รับการรักษาจัดฟัน การตรวจจะช่วยให้ทันตแพทย์ได้ตรวจดูการเจริญเติบโตของขากรรไกรและพัฒนาการการกัด เด็ก ๆจะมีฟันน้ำนมผสมกับฟันแท้ที่เจริญขึ้นพร้อมๆกับใบหน้าและขากรรไกรของพวกเขา ในกรณีที่ตรวจพบปัญหาทันตแพทย์จัดฟันอาจรอและติดตามพัฒนาการของเด็กเป็นระยะ ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับประเภทของปัญหาที่ลูกของคุณพบและการพัฒนาของฟันเด็ก

ซึ่งถ้าลูกของคุณมีปัญหาที่ต้องได้รับการจัดฟันโดยทันที การรักษาที่ล่าช้าอาจทำให้การรักษายากขึ้นเมื่อเด็กโต ปัญหาเกี่ยวกับการจัดฟันบางการรักษาถ้าเกี่ยวข้องกับแนวของกราม เด็กจะต้องได้รับการรักษาก่อนที่ใบหน้าและขากรรไกรของเด็กจะหยุดการเจริญเติบโต ในขณะที่การรักษาบางการรักษาอาจต้องให้ฟันมีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งก่อนที่จะทำการรักษาและเริ่มในภายหลังเมื่อฟันกรามส่วนใหญ่ขึ้นแล้ว เด็กหรือวัยรุ่นส่วนใหญ่เริ่มการรักษาระหว่างอายุ 9 ถึง 16 ปีซึ่งเป็นช่วงวัยที่พวกเขายังคงเติบโต ดังนั้นการรักษาในช่วงวัยนี้จึงมักที่จะประสบความสำเร็จในการรักษา

ระวัง! การจัดฟันแฟชั่น

การจัดฟันโดยทันตแพทย์มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เด็กหรือวัยรุ่นหลายคนจึงเลือกใช้วัสดุจัดฟันที่ทำขึ้นมาเลียนแบบซึ่งอาจหาซื้อได้จากร้านค้าออนไลน์ ตลาดนัด หรือคลินิกจัดฟันแฟชั่นที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ให้บริการจัดฟันแฟชั่นมักเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้ทางทันตกรรม และอุปกรณ์หรือวัสดุจัดฟันที่ใช้ก็อาจไม่สะอาด ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากตามมา เช่น แพ้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เพราะปนเปื้อนสารเคมี เกิดการอักเสบและติดเชื้อเพราะอุปกรณ์ไม่สะอาดและไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ เหงือกเสียหายเพราะอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจบาดหรือกดกระพุ้งแก้มและเหงือกจนเกิดเป็นแผลหรือแผลเรื้อรัง ขั้นหนักสุดคือฟันเสียหาย เพราะการปรับแต่งลวดภายในช่องปากโดยผู้ที่ไม่มีความรู้อาจทำให้เกิดแรงกดที่ตัวฟันมากเกินไปจนทำให้ปวดฟันมาก ฟันเคลื่อนผิดตำแหน่ง ฟันตายจนเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ หรืออาจรุนแรงถึงขั้นรากฟันละลายและต้องถอนฟันซี่นั้นออกไป